THINKTANG (คิดต่างทำต่าง)


มีอะไรทำเป็นเรื่องเป็นราวบ้าง
01/10/2011, 8:45 pm
Filed under: บทความ

อยู่มา 34 ปี ..มีอะไรทำเป็นเรื่องเป็นราวบ้าง

@ เหมือนทุกคนนั่นแหละ คิดอะไรขึ้นมาก็อยากจะทำให้สำเร็จ ผมชอบคิดไม่เหมือนใคร ไม่ซ้ำใคร ผมคิดแล้วทำได้  ทำไม่ได้ และไม่ได้ทำก็มี  เรียกว่าคิดเพี้ยน ๆ คิดบ้า ๆ บอ ๆ ก็ได้ ก็ ร.ร.มีสโลแกนว่า “……เพื่อนำสังคม”  และเป็น “ ร.ร.ผู้นำการเปลี่ยนแปลง”  จะคิดแบบเดิม ๆ ได้อย่างไร ใช่ไหม???

@ คิดแล้วทำได้…ก็ต้องทำเอง ลงทุนเอง ใช้เงินโรงเรียนวุ่นวาย ยุ่งสมอง ผมทำสื่อคณิตฯ  “เส้นจำนวนสองชั้น สอนบวกลบ”   “ สื่อสอน ห.ร.ม.”  “สื่อสอนเปรียบเทียบเศษส่วน”   “สอนสัดส่วนโดยใช้ตาราง”   “8 เต๋าเบาสมอง ”   “ 27 เต๋าหนักสมอง ”  “เปตอง + กอล์ฟ = เปตอล์ฟ”    “สนุกเกอร์ + กอล์ฟ = สนอล์ฟ”  “บอร์ดเหล็ก”  “ขาตั้งบอร์ดนำเสนอบนโต๊ะ”  “ขาตั้งบอร์ดนำเสนอบนพื้น”     คิดเองนะครับ…ออกแบบเอง ไม่ได้เลียนแบบใคร  จะเรียกว่า “นวัตกรรม” ได้หรือไม่นี่ ? และ ล่าสุดทำ “สนามเปตอล์ฟ ” ใช้เงิน 10,000 บาท และกำลังทำ “ น็อคบอร์ดปิงปอง”  ฝากเอาไว้เป็นอนุสรณ์ครับ

“เส้นจำนวนสองชั้นสอนบวกลบ” และ“สอนสัดส่วนโดยใช้ตาราง” เป็นผลงานที่ผมนำเสนอ  วิทยากรจาก ม.ราชภัฏ และ ม.เชียงใหม่  แนะนำให้ผมทำผลงานเชี่ยวชาญ  ผมต้องขอบคุณท่านที่จะสนับสนุนผม แต่ผมขอถอนตัวดีกว่า…ไม่อยากเครียดกับเอกสารนะครับ เพราะผมทำงานในโรงเรียน ไม่ใช่ทำงานโรงพิมพ์

@ สิ่งที่ทำไม่ได้ก็ไม่เสียใจอะไรหรอก เข้าใจงานราชการดี มันมีระบบ ระเบียบ ต้องยอมรับมติเสียงส่วนใหญ่  มีหลายเรื่องที่ผมเสนอให้ยกเลิกวิธีการเดิม ๆ ที่ทำอยู่ เปลี่ยนเป็นวิธีการใหม่  การคิดนอกกรอบอย่างผมมีเสียงสนับสนุนไม่กี่คนหรอก  คนอย่างผมจึงอยู่ในระบบราชการต่อไปไม่ได้แล้ว  ไม่พูดมาก เปิดดู https://teerapan.wordpress.com/

เรื่องหนึ่งไม่ได้ทำในภาพรวม ผมก็ทำเองคือกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ เริ่มทำเมื่อปี 2548 ใช้ชื่อชุมนุมสะสมกิจกรรม ให้ช่วยเพื่อนบ้าน ช่วยหมู่บ้าน ช่วยครู ช่วยคนอื่นเป็นหลักและทำกิจกรรมที่เขาชอบอื่น ๆ ด้วย นับเวลาจนครบชั่วโมงก็แล้วกัน  ผมดีใจครับที่ปัจจุบันกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ได้บรรจุอยู่ในหลักสูตรแกนกลาง  …คุยได้ไหมนี่  ว่า จ.ว.ทำก่อน สพฐ.คิด

@ คิดล่าสุดเรื่อง“พี่รหัส” เช่นพี่ ม.6 น้อง ม.1 เลขประจำตัวลงท้ายเดียวกัน เป็นพี่น้องกัน มอบแนวคิดให้คณะกรรมการนักเรียนไปดำเนินการ เช่นให้น้องท่องสูตรคูณ สอนหรือติวความรู้ ดูแลน้องทำความสะอาดโซน ทำงานช่วยครูประจำชั้นเรื่องการเข้าแถว ความประพฤติ เป็นต้น จนป่านนี้….เงียบ

เรื่องนี้ผมคิดว่ายังไม่มี ร.ร.ประถม มัธยมใดทำ  ถ้า จ.ว.ทำก่อน ย่อมหมายความว่า จ.ว.เป็น ร.ร.ต้นแบบผู้นำการเปลี่ยนแปลงใช่ไหม?   เสียดายนะ ได้แต่ฝัน  เหมือนกับเพลง “ …………พาใจเราเผ้าใฝ่ฝัน” ซึ่งแปลว่า ฝันไปเถอะครูT   หรือรอให้ ร.ร.อื่นทำก่อนแล้วเราทำตาม  ถ้าเป็นอย่างนี้ต้องถอนตัวออกจากโรงเรียนผู้นำการเปลี่ยนแปลง  หรือเอาสโลแกน “เพื่อนำสังคม”  ทิ้งเลยนะ   เพราะทำอย่างเดิมไม่ต้องเสียเวลาคิด ไม่ต้องยุ่งยากลำบากใจ ทำบ้างไม่ทำบ้าง ทำมากทำน้อยผลลัพธ์เท่ากัน ….เป็น ร.ร.เพื่อตามสังคมดีกว่า สบายใจ

@ ผมตั้งใจทำงานและพยายามทำตัวเองให้ได้เกรด 4 ทุกเรื่อง คือแย่ไม่เกิน 20% ก็แล้วกัน ผมทำได้ครับ มันน่าภูมิใจจริง ๆ เพราะในรอบ 34 ปี ผมไม่เคยแต่งกายนอกเหนือจากกฎกติกาของ ร.ร. ,กลับก่อนเวลางานไม่เกิน 10 วัน (จะโทษตัวเองหรือร้านอาหารดีล่ะ) ขาดการอยู่เวรไม่เกิน 5% (ลืม) และสิ่งที่ข้าราขการครูควรทำก็คือ เข้าร่วมพิธีวัน 16 ม.ค. 12 ส.ค.  23 ต.ค. และ 5 ธ.ค.  ผมขาด 1 วันเท่านั้น ( 23 ต.ค.ส่งลูกรับปริญญาครับ ) และอีกหลายอย่างนะครับ

@ งานครูคือทำคนให้มีคุณภาพ ให้รู้มากขึ้น ให้ดีมากขึ้น วิธีการของครูไม่เหมือนกัน ครูส่วนใหญ่สั่งเด็กให้ทำดีตามที่ครูคิด  ผมอยู่ในกลุ่มครูส่วนน้อยครับ  ผมยกเลิกการสั่ง เน้นการใช้คำถามกระตุ้นให้เขาคิด  “ ทำอย่างนี้มันดีอย่างไร…”  “ ทำอย่างอื่นที่ดีกว่านี้…ทำอย่างไร? ”  “ ถ้าไม่ทำอย่างนี้ ..ทำอย่างอื่นได้ไหม?” เป็นต้น  เพราะผมถือหลักในการสร้างคนก็คือเขาต้องคิดสิ่งดี ๆ ได้เอง แล้วตัดสินใจด้วยตนเอง ไม่ต้องรอคนอื่นสั่ง  ผมจึงสอนเทคนิคการเป็นคนให้กับเด็กดังนี้  ฉันรู้ว่าจะทำอย่างไร  ใครอย่ามาสั่งฉัน  ฉันสั่งฉันเองได้    มันยาวครับจำยาก  ฉันทำดีเสียอย่าง…ใครจะทำไม? ” สั้น ๆ แต่ขอพูดในใจหรือรำพึงออกมาเบา ๆ ก็แล้วกัน ถ้าพูดดัง ๆ มีหวังเกิดเรื่องแน่

@ ตอนที่ผมเป็นเด็กมัธยม ผมอยากเล่นกีฬาแต่ไม่ได้เล่น คนตัวโตกว่าแย่งเล่นหมด  เด็กที่มีหัวอกอย่างผมมีมากครับผมสำรวจแล้ว  ผมจึงสนับสนุนกีฬาก็เพราะสาเหตุนี่แหละ ของบมูลนิธิบ้าง งบส่วนตัวบ้าง อยู่ในรูปให้อุปกรณ์กีฬา หรือเป็นรางวัลก็มี

@ ผมเคยให้ทุนการศึกษาแก่นักเรียน เดี๋ยวนี้ไม่ให้แล้วครับ เพราะมีทุนเยอะแยะ ไม่เห็นมีใครคิดทุนการกีฬาบ้างเลย คิดได้แต่อย่างเดียวเท่านั้นหรือ?

เงิน 10,000 บาท ทุนละ 1,000 บาท ก็ได้แค่ 10 คน  เด็กไม่ต้องออกแรง ไม่ต้องเหนื่อย ขอให้เรียนดีแต่ยากจนก็พอ  (ระวังนะ..เด็กจะเคยตัว)  เด็กอเมริกันเขาต้องหาเงินแบ่งเบาภาระทางบ้านส่งตัวเองเรียน (คนที่เคยไปอเมริกาเขามาเล่าให้ฟัง เข้าใจไหม? เล่าให้ฟัง ไม่ใช่เล่าให้ทำ )

ผมใช้เงิน 20,000 บาท ซื้อปิงปอง ตะกร้อ ฟุตบอล วอลเลย์บอล แบดมินตัน มาขายให้นักเรียนครึ่งราคา มีกติกาว่า 5 – 20 คน ต้องรวมเงินกันซื้อ ผมใช้เงิน 10,000 บาท นั่นเอง  ผมเห็นนักเรียนนั่งล้อมวงกันออกเงินกันคนละ 10 บาท จดชื่อมาด้วย 15 คน แล้วมาซื้อฟุตบอลกับผม 150 บาท ผมซื้อมา 300 บาทนะครับ ผมขาดทุนแต่ก็ไม่เสียดายหรอก กลับดีใจต่างหาก บอล 1 ลูก มีเจ้าของ 15 คน เขาต้องเล่นอย่างทะนุถนอมแน่นอน แต่ที่แน่ ๆ เขาได้เรียนรู้การมีส่วนร่วม การแบ่งปัน การเสียสละ การทำงานกลุ่ม การเป็นเพื่อน ฯลฯ

เงิน 10,000 บาท นักเรียนได้รับประโยชน์ร่วมห้าร้อยคน ดีกว่าการให้ทุนการศึกษาเสียอีก

@  ผมมีโอกาสไปเยี่ยมบ้าน รู้ว่า ผปค.ส่วนใหญ่ทำเกษตรมีปัญหา อยากช่วยครับ จึงจัดหาสินค้าเกษตรอินทรีย์ ฝากนักเรียนเอาไปขายครึ่งราคา ตั้งเป้าเอาไว้ว่าขอขาดทุน 10,000 บาท แต่ไม่ได้ตามเป้าครับ (เป็นนักขายที่แย่ที่สุด) ขาดทุนเพียง 6,000 บาทเท่านั้น ผมเรียกว่าทุนการเกษตรครับ ยอมขาดทุนให้ ผปค.คนละ 200 บาท 30 คน ได้ผลเกินคาด ผปค.มีรายได้เพิ่มก็ถือว่าเป็นทุนให้ลูกของเขาใช่ไหม?

@  ผมมีเพื่อนร่วมงานที่ดี  โอกาสไปเที่ยวด้วยกันผมอยากเห็นทุกคนถึงเวลาสนุกต้องให้สุดเหวี่ยง ดื่ม กินบ้าง คาราโอเกะบ้าง  ดิ้นบ้าง นั่งเรือบานานาโบ้ทบ้าง  ผมมีโอกาสนี้แหละที่ตอบแทนมิตรไมตรีที่ท่านให้กับผมให้กับลูกศิษย์และให้กับโรงเรียน

@ ตอนผมเป็นเด็ก ผมอยากเป็นหมอ จะได้มาดูแลรักษาแม่ ท่านป่วยเป็นกิจวัตรนั่นแหละ ผมสามารถเรียนหมอได้นะครับ แต่อย่างว่า…ผมจึงมาเป็นครู  ผมยังฝันไว้ว่าอยากช่วยคนป่วย  ผมไม่รอโอกาส แต่จะสร้างโอกาส หาโอกาสเอง

ถึงเวลาแล้วครับนอกจากญาติผู้ใหญที่ใกล้ชิด ยังมีเพื่อนครูที่ป่วยด้วยโรคเสื่อมและโรคกระเป๋าตังตีบตัน ผมศึกษาสรรพคุณยา อาหารเสริม แผนการตลาดหลายบริษัท จึงได้ยาที่สามารถแก้โรคเสื่อมได้และทำให้ครูเป็นโรคกระเป๋าตังโป่งพอง ต่อไปก็เป็นโรครวยเรื้อรัง จนเป็นโรครวยไม่รู้เรื่อง ได้แน่

ผมจึงให้โอกาสกับความคิดเปลี่ยนชีวิตตัวเองใหม่ หันมาทำธุรกิจขายตรง เป็นอาชีพอิสระ ทำธุรกิจทุกอย่างต้องลงทุนครับ ผมเป็นครูที่แท้จริง (ครูที่ยังไม่ผ่านการกู้เงิน ยังไม่ใช่ครูที่แท้จริง) ผมก็ว่าไปอย่างนั้นแหละ

กู้สหกรณ์กรมฯ 6 แสน ใช้หนี้นอกระบบ (เจ้าหนี้คือภรรยาผมเองครับ ผมกลัวว่าจะส่งนักเลงมาทวงหนี้ผม) ที่เหลือก็ใช้ลงทุน และชวนครูมาร่วมธุรกิจด้วย โดยให้ครูยืมไม่มีดอกเบี้ยครับ 6,100 บาท จ่ายคืนทุกเดือนก็ยังดี

เสียงตอบรับออกมา ครูสุขภาพดีขึ้น เริ่มมีรายได้จากธุรกิจบ้างแล้ว …ผมดีใจที่มีโอกาสได้ช่วยท่าน และขอขอบคุณท่านที่ให้โอกาสผม

ผ่านไป 8 เดือน ครูหลายท่านก็คืนหมดแล้ว และกำลังจะหมด ครูบางคนทำเฉย ไม่ทวงไม่ให้ (อยากรู้ว่าเป็นใคร โทรถาม 0817644106 เป็นการส่วนตัวนะครับ เผื่อวันหน้าจะได้หลีกเลี่ยงคน ๆ นี้ ) ผมกู้มาให้ยืม บางคนยังไม่เห็นใจผมอีก เพื่อนผมเป็นนักธุรกิจบอกว่าผมโง่ โง่ โง่ ..ผมเกือบต่อยปากไอ้เพื่อนคนนี้แล้วนะ…จะบอกให้ ผมตอบเพื่อนผมว่าไงรู้ไหม?  “ ผมเป็นครู ”  คำเดียวสั้น ๆ มันมีความหมายมากจนหาค่ามิได้

@ ผมพูดไปตอนหนึ่งว่าใช้เงินโรงเรียนวุ่นวาย ยุ่งสมอง (อาจจะจริงและอาจจะไม่จริง) ผมจึงเอาเงินประจำตำแหน่งเริ่ม ตั้งแต่ ก.พ.2549 เดือนละ 1,000 บาท จนถึงปัจจุบัน ใช้จ่ายแทนเงินหลวงบ้างแต่ยังไม่พอครับ นี่คือคำตอบกับคำถามที่ว่า ครูT ได้ อจ.3 แล้วทำไมไม่เลี้ยง …บวก ลบ คูณ หาร เลขเอาเองก็แล้วกัน

@ สิ่งที่ผมผิดพลาดในชีวิตนอกจากกู้เงินมาให้ครูยืมแล้ว ก็มีอีกเรื่องครับ ……

พ่อผมป่วย อยู่ในเมืองลำปาง ไม่ไกลเท่าไร ผมไปดูแลท่านเย็นวันศุกร์ ถึงเย็นวันอาทิตย์

ศุกร์  14 ม.ค. 2543 ผมนอนกอดพ่อร้องไห้ทั้งคืน สงสารท่าน

เสาร์ 15 ม.ค. 2543 ได้ดูแลเช็ดตัว เช็ดฉี่ เช็ดอึ ให้ท่าน กลางคืนกลับแจ้ห่ม ไปตรวจเวร ผมนั่งอยู่หน้าตึกร้องไห้ คิดถึงท่าน และตำหนิตัวเอง

อาทิตย์ 16 ม.ค. 2543 เข้าร่วมพิธีวันครูที่ ร.ร.อนุบาลแจ้ห่ม  พ่อ…สิ้นลมประมาณ 10.00 น.

ผมคิดตำหนิตัวเองว่า ทำอย่างนี้ได้อย่างไร  ดูแลพ่อเพียงแค่วันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ไม่เพียงพอหรอก ต้องไปทุกวันซิ ทิ้งพ่อมาอยู่เวร  แลกเวรได้ทำไมไม่ทำล่ะ  ทิ้งเวรเลยก็ยังได้  วันครูมีอีกหลายปี ไม่ร่วมปีนี้ปีเดียวไม่ได้หรือ???  พ่อเรามีคนเดียวนะ  พ่อเรามีคนเดียวนะ  พ่อเรามีคนเดียวนะ  พ่อเรามีคนเดียวนะ  พ่อเรามีคนเดียวนะ  พ่อเรามีคนเดียวนะ  พ่อเรามีคนเดียวนะ  พ่อเรามีคนเดียวนะ

ถ้าผมหมุนโลกกลับได้  ผมจะไปแก้ไขชีวิตของผมในเรื่องนี้ …..  ผมเล่าเรื่องนี้ให้ลูกศิษย์ฟัง แล้วสอนเขาว่า อย่าทำอย่างครูนะ มันเป็นบาปติดตัวติดใจเราไปตลอด  มีโอกาสดูแลพ่อ แม่ บุพการี ก็ให้รีบทำทันที เรื่องอื่นคงไม่สำคัญกว่า หยุดหรือชลอไว้ก่อนก็ได้ … เห็นสิ่งอื่นสำคัญกว่าพ่อ แม่ บุพการี ใครจะสรรเสริญเราล่ะ  รังเกียจนักหรือที่จะเช็ดฉี่ เช็ดอึท่าน  กลับเป็นศิริมงคลกับชีวิตเราเสียอีก ได้บุญที่เราทดแทนบุญคุณท่าน ท่านทำกับเรามากกว่านี้หลายร้อยเท่า รู้ไหม?

ผมไม่อายหรอกที่เอาข้อผิดพลาดของตนเองมาเล่าเพื่อเตือนสติ เตือนใจลูกศิษย์  …ผมสอนเขาทั้ง ๆ ที่น้ำตาซึม


ให้ความเห็น so far
ใส่ความเห็น



ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s



%d bloggers like this: