THINKTANG (คิดต่างทำต่าง)


7. กิจกรรมหน้าเสาธง (2)
22/06/2010, 1:33 am
Filed under: บทความ

” กรรมการประเมินโรงเรียนจะมาดูกิจกรรมหน้าเสาธงตอนเช้าเป็นอันดับแรก ถ้าจัดไม่ดีก็จะถือได้ว่า ไม่ผ่าน “  ผมเป็นห่วงเรื่องนี้มาก  ท่านมาเพียงไม่ถึงครึ่งชั่วโมงท่านก็รู้ว่า โรงเรียนอยู่ในระดับใด

……….วิธีแก้ปัญหา มีวิธีเดียว คือ  ใช้วิธีเดิม  แล้วพูดว่า  “ ขอให้ครูช่วยกันดูแลนักเรียนหน่อย ” ผมได้ยินมาตลอดเวลา  30 ปี ที่บรรจุอยู่ที่นี่….    เลยตั้งคำถาม ถามตัวเองว่า “ มันไม่มีวิธีอื่นอีกนะหรือ ?  คิดอย่างอื่นไปเป็นหรือ ?  “   ผมได้ฟังครูหลายท่านพูดในแนวแสดงความคิดเห็น  มันก็มีหลายวิธี  เพียงแต่ว่าไม่ได้พูดเป็นทางการ  เพราะว่าไม่รู้จะได้พูดเมื่อไร  รอไปพูดในวันประชุมครู ก็ไม่รู้ว่าจะได้พูดไหม ?  เพราะเวลามีน้อย   รอไปพูดในวันประชุมฝ่ายปกครองโดยเฉพาะ ก็ไม่รู้ว่าจะมีวันนี้ไหม รอไปพูดตอนวันประเมินผลปลายภาค  ก็ไม่แน่ใจว่าจะได้พูดไหม เพราะรูปแบบเป็นการนำเสนอของหัวหน้าฝ่าย หัวหน้ากลุ่มสาระฯ  เหลือเวลาอีกนิดหน่อย ผอ.จะถามว่า “มีใครจะแสดงความคิดเห็นอีกไหม?  (เว้นวรรรค 5 วินาที ) ถ้าไม่มี ผมขอขอบคุณและขอปิดประชุม..”

…มีหลายครั้งที่มีโอกาสได้พูด  ก็ไม่แน่ใจอีกนะว่าครูจะกล้าพูดแสดงความคิดเห็นไหม ? เพราะพูดไปมันก็อย่างนั้น ๆ แหละ  ไม่เกิดผลอะไร ?  ผมชอบพูดแสดงความคิดเห็นแต่ก็หาโอกาสไม่ได้เช่นกัน  …พูดไม่ได้   ไม่ได้พูด   ยังเขียน  ยังพิมพ์ได้  ก็แล้วกัน

……….ผมยังยืนยันความคิดเดิมที่เคยทดลองทำ  และทำได้ผลดีกว่าวิธีปัจจุบันมาแล้ว  เป็นวิธีที่มองต่างมุมกับท่าน ผอ.  แต่ก็ขอแสดงความคิดเห็นไว้  ถึงแม้ว่าวิธีนี้ไม่ดีที่สุด ไม่ใช่ SBM  นักเรียนไม่มีส่วนจัดการ  แต่ผลก็ยังดีกว่าวิธีปัจจุบันแน่นอน

……….ใช้เทปบันทึกเสียงเพลงปลุกใจ  1  เพลง  ต่อด้วยเพลงมาร์ชโรงเรียน  1 เพลง  เสร็จแล้วพูด “จัดแถว”  “แถวตรง”  “ซ้ายหัน”  “ ขวาหัน” ฯลฯ  แล้วบอกเคารพธงชาติ  มีต้นเสียงร้องเพลงชาติจากเทป  แล้วมีดนตรีบรรเลง  ส่วนนักเรียนร้องพร้อมกัน (คาราโอเกะ)  แต่ก่อนที่จะใช้วิธีนี้ก็ควรชี้แจงให้นักเรียนทราบก่อน หรือสร้างข้อตกลงกันไว้ด้วยก็ได้

……….ข้อตกลงนี้ ครูเป็นผู้กำหนดขึ้น (อีกนั่นแหละ) …นักเรียนรับคำสั่งแล้วทำตามสั่ง (อีกนั่นแหละ) โดยตกลงว่า  ถ้าบอกเคารพธงชาตินักเรียนต้องอยู่ในแถวแล้ว   ถ้าอยู่นอกแถวให้กรรมการจัดให้เข้าแถวต่างหาก  จดชื่อ หักคะแนน ตามกติกา หรือลงโทษอย่างอื่น  หรือถ้าไม่เรียกว่าลงโทษ ก็เรียกว่าให้ทำความดีชดเชยก็ได้  เช่น ให้วิ่ง  ให้ทำความสะอาด  ให้บัตรทำความดี ( ล่าลายเซ็นครูก็ได้) เป็นต้น   ลองทำวิธีนี้อย่างเอาจริงเอาจังสัก 2 สัปดาห์  แล้วประเมินผลดูว่าได้ผลดีเพียงใด  ถ้าไม่ได้ผลดีเท่าไรก็ยกเลิก  หาวิธีใหม่  อย่าจมปลักดักดานอยู่กับวิธีเก่า ๆ อยู่เลย  คิดใหม่ทำใหม่  นำ PDCA  มาใช้

……….การฝึกนักเรียนอย่างทุกวันนี้  เป็นการง้อนักเรียน  ขอร้องนักเรียนให้มาเข้าแถว พูดทุกเช้า ขอให้นักเรียนรีบ ๆ มาเข้าแถว  นักเรียนที่ไม่ค่อยรีบเร่ง  เพราะเขารู้ว่าครูต้องรอเราแน่  เนื่องจากมีเงื่อนไขว่า ให้ผู้ประกาศหน้าเสาธงรอให้นักเรียนจัดแถวให้เรียบร้อยก่อนจึงบอกเชิญธงขึ้น  จะเห็นได้ว่าธงขึ้นเวลาใดก็ได้  จนกว่าจะเข้าแถวได้ดี

……….การฝึกนักเรียนโดยใช้วิธีใหม่นี้  เทปก็จะหมุนของมันเองไปเรื่อย ๆ  นักเรียนที่มีหน้าที่เชิญธงจะได้รีบมาทำหน้าที่ให้ทันเสียงจากเทป  ถ้ามาไม่ทันก็ต้องเจอบัตรทำความดีแน่นอน  นักเรียนจะรีบมาเข้าแถวโดยฟังเสียงจากเทปเช่นกัน  และถ้ามาไม่ทันก็จะมีมาตรการตามที่ครูได้แจ้งเอาไว้   เป็นการฝึกนักเรียนให้รู้จักเวลา  รู้จักการตรงต่อเวลา  มีระเบียบวินัยมากขึ้น  ….แต่อยากเสนอเพิ่มเติมอีกว่า ขณะที่ฟังเสียงจากเทป  ขอให้ยกเลิกการพูดว่า “ ถึงเวลาแล้ว ให้รีบ ๆ มาเข้าแถว “ หรืออะไรประมาณนั้น  พูดทำไม?  พูดได้บ่อย ๆ   คนเดินถนนผ่านไปผ่านมาในช่วงนี้ถ้าเขาได้ยินบ่อย ๆ  เขาจะคิดอย่างไร  เขาคงคิดว่าเด็กพวกนี้เป็นอย่างไร  ไม่รู้เวลาเอาเสียเลย  ต้องรอให้ครูบอกเวลา  ครูสั่ง  สั่ง  สั่ง  สั่ง อยู่ทุกวัน ๆๆๆ  โรงเรียนนี้มีแต่นักเรียนเบอร์ 1  (STQ 1) ทั้งนั้นเลยหรือ  ต้องรอครูสั่งจึงจะทำ …..ถามจริง ๆ เถอะ  พวกเราไม่อายคนอื่นกันบ้างเลยหรือ….แค่คำพูดสั่งเด็กให้มาเข้าแถว ก็เป็นตัวชี้บ่งการทำงานของพวกเราแล้ว  ว่ามันมีคุณภาพระดับใด  ?

……….วิธีนี้เป็นวิธีหนึ่งเท่านั้น  วิธีอื่นที่ได้ผลดีกว่าอาจจะมี  เพื่อนครูทุกคนจะรู้ได้อย่างไรล่ะ   ถ้าท่านไม่แสดงความคิดเห็นออกมา….ลองมาคุยกันบ้างนะ  หรือเขียนก็ได้   คงไม่ต้องกลัวเกรงอะไรใครนะ   เพราะว่ามันเป็นการแสดงความคิดเห็น   การมองต่างมุม  ทุกคนเดินทางมีเป้าหมายเดียวกัน  แต่เดินคนละเส้นทางเท่านั้นเอง

……….ใจจริงของผม..อยากจะให้กิจกรรมหน้าเสาธงเป็นกิจกรรมของนักเรียน..แต่ก็คงเป็นไปได้ยาก  ที่ยากเพราะว่า  (1) ครูไม่ยอมรับ โดยอ้างว่าเด็กจะทำได้อย่างไร  ขนาดครูก็ยังทำไม่ได้เลย  (2) ประวัติศาสตร์ของโรงเรียนกรรมการนักเรียนนาน ๆ จะประชุมสภากันครั้งหนึ่ง  และไม่เคยร่างกฎ กติกา นำมาใช้กันเองเลย  (3) กรรมการนักเรียนไม่เคยถูกฝึกให้ทำงานบริหาร งานส่วนใหญ่ เป็นงานเลเบอร์ ตาม ออร์เดอร์ของครู  (4) ครูบางท่าน คงกลัวว่าถ้ากรรมการนักเรียนมีบทบาทมากเท่าไร จะเป็นอันตรายต่อตัวเองมากเท่านั้น ต้องกดหัวเด็กไว้ก่อน ห้ามหัวหมอ จะเห็นได้ว่าเด็กเราจะไม่กล้าพูด กล้าแสดงความคิดเห็นออกมา เพราะกลัวอำนาจครู…(อาจจะไม่จริงก็ได้นะ)

………การปกครองสมัยนี้เขากระจายอำนาจไปให้ คิดกันเอง  ตั้งกฎกติกาบางอย่างกันเอง  ….จะรอดูว่าเมื่อไรรูปแบบการปกครองนักเรียนในโรงเรียนเราจะเปลี่ยนไปเป็นการกระจายอำนาจไปสู่นักเรียนให้มาก กว่าที่เป็นอยู่ทุกวันนี้……..คงจะไม่เหมือนเพลง”

……วิทยาพาใจเราเฝ้าใฝ่ฝัน “          ซึ่งแปลว่า                “ ฝันไปเถอะ “

ผู้เขียน  นายธีรพันธ์  ฝั้นเต็ม  55457   ตำแหน่ง ครู  วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ  ร.ร.แจ้ห่มวิทยา ลำปาง  ( โทร. 0895609995)


ให้ความเห็น so far
ใส่ความเห็น



ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s



%d bloggers like this: