THINKTANG (คิดต่างทำต่าง)


20. สิ่งดี ๆ ที่…..ไม่อยากได้
22/06/2010, 2:54 am
Filed under: บทความ

        ใคร ๆ ก็อยากได้ของดี ๆ …แต่ก็น่าแปลกที่ครู-อาจารย์หลายท่าน ไม่อยากได้ (ตอนนี้) ซึ่งความจริงแล้วอยากได้ทันทีทันใดนั่นแหละ  ครูดีเด่นด้านการสอน  ด้านสนับสนุนการสอน ซึ่งเป็นเกียรติประวัติต่อตนเอง ต่อครอบครัว และต่อโรงเรียน และอาจารย์ 3 ระดับ 8 หรือครูชำนาญการพิเศษ ก็เช่นกัน เป็นตำแหน่งอันทรงเกียรติ มีค่าตอบแทนประจำตำแหน่งอีกต่างหาก…..เป็นเพราะอะไร ครูเราหลายท่านจึงปฏิเสธ รวมทั้งผมด้วย

        ตำแหน่งครูดีเด่นของคุรุสภาสายผู้สอน สายสนับสนุนการสอน เขาให้สมัคร  หาคนสมัครยากเหลือเกิน  ฝ่ายบริหารจึงต้องขอร้องหลายรอบ บอกเหตุผลที่ดี ๆ ให้ทราบ เอาใบสมัครมาแจกให้ถึงที่ ถ้าสมัครจะช่วยแนะนำ ช่วยหาเอกสาร รวบรวมเอกสาร ช่วยพิมพ์ให้ ….ทำได้ถึงขนาดนั้น ทีท่าครูที่ปฏิเสธเสียงแข็งก็ค่อยอ่อนลง มีกำลังใจที่จะทำขึ้นมาบ้าง

        เหตุผลที่ไม่อยากได้ครูดีเด่นก็เป็นเพราะว่า ยังไม่ดีเด่นพอ อายคนอื่น อายตัวเอง เพราะรู้ตัวเองว่าผลงานยังไม่ถึงขั้น แต่เพื่อนร่วมงานเห็นว่าท่านทำงานด้านนี้มานานหลายหนแล้ว ผลงานมากมาย มีคุณภาพ คือถึงขั้นแล้ว อย่าถ่อมตัวเลยน่า….เป็นความคิดเห็นของคนรอบข้าง แต่เจ้าตัวจริง ๆ แล้ว ย่อมเห็นว่าตัวเองเป็นเช่นไร

        ผมก็รู้ตัวผมเองว่า จะเอาชิ้นงานใดไปเป็นหลักฐานแสดงความดีเด่นด้านครองตน  ครองงาน  ครองคน ซึ่งผมไม่ชอบเก็บรวบรวมไว้ แม้แต่รูปถ่าย ผมไม่ชอบถ่ายรูปไว้ หาได้ยากมาก  ทำงานมา 25 ปี มีเพียงไม่ถึง 10 รูป

        ผมไม่ค่อยให้ความสำคัญกับตำแหน่งอันทรงเกียรติเหล่านี้เท่าไรหรอก  ผมคิดเสมอว่าการจะทำอะไรดี ๆ นั้น ทำไมต้องเก็บหลักฐานไว้  ผมรู้ตัวเองว่าผมทำอะไรที่ดีบ้าง  ที่ไม่ดีบ้าง  แต่ผมพยายามทำเลวให้น้อยเท่านั้น  เหมือนกับคนอื่น ๆ นั่นแหละ  เพื่อนร่วมงานก็คงจะมองผมเช่นนั้นเหมือนกัน  ตำแหน่งครูดีเด่นถ้าดูตามหลักฐานแล้ว ผมไม่ได้แน่นอน  ตามที่ผมกล่าวมาข้างต้นว่าผมไม่ชอบเก็บรวบรวมหลักฐานไว้

        ถ้าประเมินผลโดยการออกแบบสอบถาม  ให้เพื่อนร่วมงาน ให้นักเรียน ผ้ปกครอง ชาวบ้าน หรือใครก็ตามที่เกี่ยวข้องมองเห็นในแต่ละประเด็นคำถามเป็นผู้กรอกแบบสอบถามหรือให้คะแนน เสร็จแล้วนำคะแนนมาหาค่าฐานนิยม หรือหาค่าเฉลี่ยก็ได้  ถ้าผ่านเกณฑ์ที่กำหนดก็ได้รับตำแหน่งนั้นไปได้เลย  ผมเป็นผู้ถูกประเมินไม่ต้องดิ้นรนหาหลักฐานใด ๆ อีก

        การหาหลักฐานไปแสดงนั้น  ถ้าคนที่ต้องการตำแหน่งนี้โดยมีผลงานไม่อยู่ในสายตาผู้ใกล้ชิด ผู้พบเห็น แต่มีความสามารถในการหาหลักฐานจริง สร้างหลักฐานไม่จริงบ้าง เพื่อให้กรรมการซึ่งเป็นใครก็ได้ที่ไม่รู้จักกันเลยแม้แต่นิด  มาดูภาพประกอบ  เอกสารประกอบ เขาก็อาจจะได้ตำแหน่งครูดีเด่นได้อย่างภาคภูมิของเขา แต่ไม่เป็นที่ยอมรับของคนรอบข้าง  ผมขอภาวนาว่าอย่าให้มีกรณีเช่นนี้เลย

        ตำแหน่งครูชำนาญการพิเศษ ก็เช่นกัน ฝ่ายบริหารจัดให้มีการอบรมหลายครั้งแล้ว เท่าที่จำได้ประมาณ 3 ครั้งแล้ว ไม่ว่าจะเป็นวิทยากรจากเขต ผู้เชี่ยวชาญระดับกรมฯ มาให้ความรู้ในการทำผลงาน ฝ่ายบริหารก็แจ้งให้สมัครเอาไว้ก่อน  มีเพียงไม่กี่คนที่สมัครด้วยความเต็มใจ  หลายท่านกว่าจะยื่นใบสมัคร ฝ่ายบริหารต้องขอร้องอีกนั่นแหละ ยื่นใบสมัครก่อน 1 มกราคม 2546  และเริ่มทำผลงาน พฤษภาคม 2546 ถึง มีนาคม 2547 

        ผมได้สอบถาม พูดคุยกับหลายคน จึงได้เหตุผลสำคัญมาหลายอย่างที่ไม่ยอมสมัคร เช่น ไม่มีเวลา ยังไม่พร้อม อีกไม่กี่ปีจะปลดเกษียณแล้ว  เหนื่อยมาก  รอไปก่อนเขาคงจะเลื่อนให้เลยเหมือนอาจารย์ 2 ระดับ 7 เป็นต้น  ส่วนมากบอกว่าไม่มีเวลา เพราะรับงานสอนยี่สิบกว่าคาบแล้ว ยังมีงานเตรียมการสอน แผนการสอน และมีภาระงานประจำชั้น ครูเวร  งานหมวด งานฝ่าย งานตามคำสั่งเฉพาะกิจอีกเรื่อย ๆ  ซึ่งก็จริงอย่างที่ท่านบอก  เมื่อพูดถึงเรื่องนี้กันแล้วก็หนีไม่พ้นที่จะต้องปรับทุกข์วิพากษ์ กันถึงเรื่องงานต่าง ๆ ที่ได้รับมอบหมาย มันช่างเป็นงานจุกจิก งานไม่มีสิ้นสุด  เสร็จงานนี้แล้วคิดว่าจะสบายแล้ว ก็มีงานใหม่มาให้ทำอีกเรื่อย ๆ แต่เวลาราชกากรไม่เพียงพอหรอก  ต้องเอาเวลาส่วนตัว  เวลาครอบครัวมาใช้อีก  ทำงานตั้งแต่ 8 โมงเช้าถึง 6 โมงเย็น คิดว่ากลางคืนจะแบ่งเวลาไปทำผลงานอาจารย์ 3 ก็จะเอาแรงไหนไปทำ จะเอาเวลาไหนไปทำอีกล่ะ  …และอดที่จะพาดพิงถึงท่านผู้บริหารไม่ได้ว่า  อยากจะให้ท่านปฏิรูปการบริหารงานเสียใหม่   แบ่งงาน กระจายงานไปบ้าง  คนที่ทำงานแล้วก็ให้ทำอีก  คนที่ไม่ค่อยรับผิดชอบงานก็ไม่ค่อยจะมีงานเพิ่มอีก  ซึ่งก็น่าเห็นใจฝ่ายบริหารเช่นกัน  ท่านต้องหวังเอาไว้ว่าเมื่อมีงานอะไรก็ต้องมีผลงานที่เป็นที่น่าพอใจ  การกำหนดคนทำงานก็ต้องหาคนที่มีความรับผิดชอบสูง  โดยไม่สนใจว่าเขาจะมีกำลังทำ มีเวลาทำหรือไม่  ขอให้งานเสร็จก็แล้วกัน

        ต่อให้มีการอบรมอาจารย์ 3 อีก 10 ครั้ง  ถ้าครูบริหารเวลาไม่ได้ก็อย่าหวังเลยว่าตำแหน่อาจารย์ 3 จะได้มาง่าย ๆ      ถ้าอยากจะได้อาจารย์ 3  ผมก็ต้องวางแผนชีวิตใหม่  ถ้าผมอดทนต่อการตรากตรำทำงานที่มีอยู่  แล้วแบ่งเวลาวันละ 2 ชั่วโมง  ช่วงกลางคืน ทำอย่างสม่ำเสมอ ผมจะมีชีวิตอยู่ได้รับอาจารย์ 3 หรือไม่ก็ไม่รู้  ถ้าขอย้ายไปอยู่โรงเรียนอื่น ที่มีครูมาก ๆ งานน้อย ๆ จะพอมีเวลาส่วนตัวมากขึ้น วิธีนี้มันไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ จะเป็นไปได้หรือ เพราะแต่ละโรงเรียนคงไม่ต่างกันเท่าไรนัก แต่ถ้าลาออกจากงานบางอย่างเพื่อขอเวลาส่วนตัวคืนมา แล้วนำเวลานั้นมาทำอาจารย์ 3 ให้กับตัวเองบ้าง วิธีนี้น่าจะดีที่สุด ถ้าผู้บริหารเห็นใจ

        ถ้าผมไม่ทำอาจารย์ 3 ล่ะ จะเป็นเช่นไร  คนไม่ยอมรับนับถือ  สังคมรังเกียจ ไม่มีข้าวกิน เงินเดือนไม่ขึ้น มีโทษทางราชการ หรือว่าตายทันที ฯลฯ คิดว่าคงไม่ใช่นะ  ผมคงจะอยู่อย่างปกติสุขอย่างนี้แหละ ทำงานเพื่อชาติบ้านเมืองไปเรื่อย ๆ งดคิดเรื่องตัวเอง เพราะไหน ๆ ก็ตั้งใจมาทำงานแล้วนี่ ไม่ได้ตั้งใจมาหาเครื่องประดับใส่ตัวเอง  ซึ่งผมบางครั้งไม่คิดว่าการทำอาจารย์ 3 ทำเพื่อโรงเรียน อาจารย์ 3 ในประเทศไทยนี้หลายท่านคงมีงานในโรงเรียนน้อยกว่าผม  งานคุณภาพต่ำกว่าผม ก็คงมีอีกมาก (ผมคิดเข้าข้างตัวเอง คงไม่จริงนะ)

        แต่ที่แน่นอนที่สุด  ผมก็เข้าใจฝ่ายบริหารตรงที่ว่า  ท่านสนับสนุนคนของท่านทุกคนให้มีความรู้ มีความก้าวหน้า  มีเกียรติยศ ชื่อเสียง ท่านพยายามทำทุกอย่างเพื่อพวกเรา  แต่เป็นเพราะพวกเราเองต่างหากที่บริหารตัวเองไม่ได้….จะโทษท่านผู้บริหารแต่เพียงฝ่ายเดียวไม่ได้  เราต้องโทษตัวเองนั่นแหละ

  ผู้เขียน  นายธีรพันธ์  ฝั้นเต็ม  55457   ตำแหน่ง ครู  วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ  ร.ร.แจ้ห่มวิทยา ลำปาง  ( โทร. 0895609995)


ให้ความเห็น so far
ใส่ความเห็น



ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s



%d bloggers like this: