THINKTANG (คิดต่างทำต่าง)


18. มีแต่คำสั่ง คำสั่ง คำสั่ง สั่งอะไรกันนักหนา …เราเป็นคนโง่หรือไง ???
22/06/2010, 2:47 am
Filed under: บทความ

……ระบบงานราชการในโรงเรียน  ต้องมีคำสั่งแต่งตั้งก่อน ผู้ได้รับการแต่งตั้งให้อยู่ฝ่ายใด งานใดก็ทำงานไปตามนั้น  เมื่อผมได้รับงานใดก็เริ่มต้นด้วยการศึกษางานด้วยตนเอง หรือปรึกษาหารือทีมงาน  หัวหน้างาน หรือหัวหน้าฝ่ายไปตามลำดับว่าในขอบเขตงานนี้มีงานอะไรอีกบ้างที่ต้องทำ  จะทำอย่างไรงานจะออกมาดี  ทีมงานคนใดจะสามารถทำงานประเภทใดได้ดี  ผมคิดว่าครูส่วนมากทำอย่างที่ผมทำ   จะมีส่วนน้อยที่ไม่อยากคิดต่อ ว่ามีงานอะไร จะทำอะไร จะทำอย่างไร  ได้แต่นั่งรอหัวหน้างาน  หัวหน้าฝ่าย  หรือ ผู้อำนวยการเป็นคนสั่งซ้ำอีกครั้งจึงจะทำงานได้  ซึ่งอาจจะวิเคราะห์ได้ว่า เขาผู้นั้นไม่ชอบงานนั้น  ไม่ถนัดงานนั้น  จึงไม่สนใจ ใส่ใจสักเท่าไรนัก  ทำเฉย ๆ ไว้ดีกว่า ถ้าท่านไม่สั่งก็ไม่ทำ ถ้าสั่งก็ทำ  ถ้าทำก็ทำพอให้เสร็จ ก็ใช้ได้แล้ว…ในกรณีนี้ ฝ่ายบริหารผิดพลาดกระนั้นหรือ  แต่งตั้งคนไม่เหมาะกับงาน  ทำได้ไม่ได้ก็ขอสั่งไว้ก่อนขอให้งานนั้นมีกำลังคนพอก็แล้วกัน  อยู่ ๆ ไป เขาคงทำได้

……เท่าที่รู้มาคำสั่งฉบับหลักของแต่ละปี กว่าจะคลอดออกมาได้ ผู้ช่วยแต่ละฝ่าย และหัวหน้างานได้ประสานงาน ติดต่อทาบทาม ให้มาร่วมเป็นทีมงานแต่ละงาน มีการสมัครใจจึงสมัคร  มีความเกรงใจจึงสมัครด้วยความไม่เต็มใจ (ก็คงจะมี)  ในคำสั่งหลักจึงมีบางคนมีชื่ออยู่หลายงาน ( 5 – 10 งาน ก็มี )

.. …ก็เขาเป็นคนมีความสามารถ  แต่ละฝ่ายแต่ละงานขอจองตัวไว้ก่อน …ถ้างานที่เขารับมอบหมายทำต่างเวลากัน  เขาคงทำได้ไม่มีปัญหา  แต่ถ้าเวลาเดียวกันมีงานพร้อมกันมากกว่า 2 งาน ..เขาจะทำได้ดีเพียงใดละ   ….แล้วคนที่ฝ่ายใด งานใด ไม่อยากให้เขามาร่วมงานเพราะรู้อยู่แล้วว่า มาสร้างปัญหาให้ทีมงาน  ให้ฝ่ายงาน  จะรับงานไม่มากนัก…แต่ก็ดีนะจะได้ทำงานนั้นให้ดีระดับ 80 – 90 %  ไปเลย จะดีกว่าคนที่รับหลาย ๆ งาน แต่ละงานทำได้ดี  40-50 % ถ้าเฉลี่ยจากทุกงานแล้ว จะได้ 60-70 %  ทำงานมากกว่า  เหนื่อยกว่า  ผลงานออกมาดีน้อยกว่าเป็นความจริงนะ …และที่เป็นความจริงอีกก็คือสิ้นปี ได้ขั้นครึ่งเหมือนกัน  …และก็ไม่แน่ด้วยอาจจะได้เพียงขั้นเดียวก็ได้ เพราะงานมากก็จริงแต่ดีไม่ถึง 80 %   …คิดไปแล้วน่าอิจฉาคนมีงานน้อย ๆ จังเลย

……ประเด็นที่จะต้องเขียนในหน้ากระดาษนี้ก็คือ เมื่อคำสั่งหลักออกมาแล้ว เวลาจะมีงานเฉพาะกิจครั้งต่อไป  ต้องแต่งตั้งซ้ำอีกครั้ง   ขอยกตัวอย่าง เช่นแต่งตั้งให้ครูฝ่ายอาคารสถานที่จัดสถานที่  แต่งตั้งครูฝ่ายโสตฯ จัดเครื่องเสียง  แต่งตั้งครูการเงินให้ทำงานการเงิน  แต่งตั้งครูประจำชั้นให้ดูแลนักเรียนในชั้น แต่งตั้งครูวัดผลให้ทำงานวัดผล  เป็นต้น  มันเป็นหน้าที่ที่ต้องทำอยู่แล้ว ต้องสั่ง ต้องแต่งตั้งอีกทำไม ???  กลัวว่าใครจะไม่รู้หรือว่าท่านเป็นผู้บริหาร  มีอำนาจสั่งได้  สั่งได้สั่งเอา  เขารู้กันมาตั้งนานแล้วละลุง …  คนที่เป็นเจ้าของงานอยู่แล้วไม่ต้องสั่งเขาหรอก  …ทีมงานของเขามี 6 คน สั่งตกหล่นไป 1 คน เขาจะคิดอย่างไร  เขาไม่มีความสามารถหรือ???  เขาเป็นจุดอ่อนของทีมหรือ???? จึงต้องถูกกำจัด   หัวหน้าทีมงานจะให้เขาช่วยทำก็ลำบากใจ เพราะคำสั่งผู้บริหารย่อมศักดิ์สิทธิ์กว่าคำสั่งหัวหน้างาน  ถ้าทีมงานคุยกันรู้เรื่องก็ดีไป  ถ้าคุยกันไม่รู้เรื่อง..ทะเลาะกันแน่ แค่คำพูดว่า “ เบื้องบนไม่ได้สั่งให้ทำ  ไม่มีชื่อในคำสั่ง “  เท่านั้นแหละ ทีมงานแตกแน่นอน   หรือว่าเป็นแผนของผู้บริหารที่ต้องการกำจัดบางคนออกจากกลุ่ม (ผมคิดไปเองนะ คงไม่เป็นเช่นนั้นหรอก คงหลงหูหลงตาบางคนไปเท่านั้นเอง)  ถ้าอยากจะออกคำสั่งก็ควรจะสั่งเฉพาะงานแต่ละงานที่ยังไม่มีใครสังกัดก็ไม่แปลกอะไร ?? หรือแต่งตั้งโดยไม่ระบุชื่อ เช่น งานเกี่ยวกับเครื่องเสียง ฯลฯ ให้ทีมงานโสตฯ   งานสร้างเวที ตกแต่ง  ให้ทีมงานอาคารสถานที่งานกรรมการกองกลางการสอบ ให้ทีมงานวัดผล เป็นต้น ..ปัญหาเรื่องชื่อตกหล่นจะไม่มี เพราะทุกคนรู้อยู่แล้วว่าร่วมทีมงานใดตั้งแต่ต้นปีแล้ว  หัวหน้าทีมงานก็ดำเนินการต่อไปด้วยความสบายใจได้หน่อย ทั้งทีมงานจะได้ร่วมวางแผนงานกันต่อไป  Walk Rally  ก็เกิดขึ้น  SBM  ก็เกิดขึ้น  QC  ก็เกิดขึ้น  Brain Storming ก็เกิดขึ้น  ไม่ใช่ไฟไหม้ฟางอีกต่อไป ดีกว่าที่ท่านเบื้องบนหวงอำนาจบริหารแบบสั่งได้สั่งเอา ( Top Down ) ลงไป

..….. เมื่อประมาณ 4 – 5 ปีมาแล้ว ผมเคยนำเสนอความคิดนี้แบบพูดคุยกันกับผู้ช่วยบางท่าน  และพูดอยู่บ่อย ๆ เหมือนกันกับครูหลาย ๆ ท่าน ว่า ควรจะ ละ ลด  เลิก  คำสั่ง ลงบ้าง เพราะถ้ามีคำสั่งมาก ๆ จะเป็นการสร้างเงื่อนไขให้ครูว่าจะทำงานได้ก็ต่อเมื่อมีคำสั่งเท่านั้น  ถ้าไม่มีคำสั่งจะไม่ทำงาน …เพียงแต่ขอให้มีกำหนดการของงานเพียง 1 แผ่น ก็พอ  เช่นงานวันแม่  วันพ่อ  วันสถาปนา ร.ร.  วันประชุมผู้ปกครอง   ฯลฯ ซึ่งเป็นงานเฉพาะกิจบางงานที่จัดในเวลาจำกัดสั้น ๆ….   ขอยกตัวอย่างอีกครั้งคือถ้าจะจัดพิธีวันแม่ตอนเช้าวันที่ 11 สิงหาคม เมื่อมีกำหนดการแล้วล่วงหน้าสัก 2 สัปดาห์   ฝ่ายบริหารตามสายงานแต่ละฝ่าย ขอให้ครูทุกคนช่วยคิดให้ออกว่างานนั้นจะสำเร็จได้อย่างดีเพราะทีมงานใดจะมีส่วนร่วม และจะทำเวลาใด  ..แต่ละทีมเมื่อคิดกันแล้วทีมงานอาคารสถานที่ ตกแต่ง จะวางแผนการทำเวทีจัดสถานที่  ทีมงานโสตฯ จะจัดระบบเสียง  วงดุริยางค์จะเตรียมซ้อม งานธุระการ งานประชาสัมพันธ์และงานอื่น ๆ จะเตรียมตามที่ทีมงานเขามองงานออก…  ก่อนวันงาน 1 สัปดาห์ ฝ่ายก็ถามแต่ละงานเป็นเรื่อง ๆ ไปว่าการจัดเตรียมงานดำเนินการไปถึงไหนแล้ว ขาดตกบกพร่องอะไรที่จะให้ฝ่ายช่วยเหลือจะได้ทำการช่วยเหลือได้ทัน ….

………วิธีการเช่นนี้  คนระดับล่าง ระดับปฏิบัติ แต่ละทีม จะเป็นผู้ช่วยกันคิดงาน แล้วรายงานผลให้ฝ่ายทราบเป็นระยะ ๆ  ถ้างานยังออกมาไม่ดีพอที่ผู้บริหารคาดหวังไว้ ก็ปรับปรุงแก้ไข เสนอแนะได้ทัน….ไม่ใช่ว่าพอฝ่ายปฏิบัติทำงานไปแล้ว  70 % ฝ่ายบริหารไม่พอใจ ต้องล้มกระดานแล้วสั่งทำใหม่ เหมือนบางงานที่เคยปรากฏ

…..…ถ้าปฏิรูปการทำงานเป็นเช่นนี้ได้ ฝ่ายบริหารจะพูดได้อย่างเต็มปากว่า ได้มอบอำนาจการตัดสินใจให้คนทำไปคิดวางแผน และดำเนินการ เข้ากับหลักการทำงานสมัยใหม่ที่ว่า “ คนทำได้คิด  คนคิดได้ทำ “ ต่างกับสมัยเก่า  “คนคิด(วางแผน)ไม่ได้ทำ  คนทำไม่ได้คิด(วางแผน) “  อำนาจการคิดจะตกอยู่กับคนทำงานปฏิบัติจริง ๆ  .

………ผมนำเสนอความคิดนี้ไปแล้ว ท่านทราบไหม ? ไม่มีใครเห็นด้วยกับความคิดนี้เลย  โดยอ้างเหตุผลว่าที่ไหนเขาไม่ทำกัน (ความคิดของนักอนุรักษ์นิยม)  กลัวจะไม่มีคนเข้าใจ  กลัวจะไม่มีใครทำงาน    กลัว กลัว กลัว ฯลฯ ซึ่งก็ กลัว เอาไว้ก่อน (ความคิดของคนไม่กล้า..คนขี้กลัว)  ผมคิดแบบคน “ คิดใหม่  ทำใหม่ “ ซึ่งผู้บริหารเคยพูดให้เราฟังหลายครั้งแล้ว (แต่ท่านก็ยังสนับสนุนวิธีเดิมอยู่มากเหมือนกัน) อาจเป็นเพราะเหตุผลตามหลักการบริหารแบบเก่า ๆ ก็ได้

.…….ผมคิดถึงผลระยะยาวที่จะเกิดขึ้น  คือการปฏิรูปข้าราชการ ซึ่งเปลี่ยน “ทำงานเมื่อสั่งบ่อยๆ “ เป็น “ ทำงานเมื่อสั่งครั้งเดียว “ ทำงานตามที่ทีมงานช่วยกัน See Think Plan Do ตามหลักการ Walk  Rally  ที่ได้ไปอบรมกันมาแล้ว

…….. ต่างจิต  ต่างใจ  ต่างความคิด ท่านจะเป็นนักอนุรักษ์นิยม เป็นนักปฏิรูป หรือเป็นข้าราชการอยู่ไปวัน ๆ ทำงานได้เงินเดือนค่าตอบแทนก็เพียงพอ …องค์การที่เราทำงานอยู่เป็นอย่างไรไม่สำคัญ ก็แล้วแต่ท่านจะคิด     หลายท่านให้แนวคิดว่า มันขึ้นอยู่กับ หัว…เราเป็นหาง จะทำอะไรได้

ผู้เขียน  นายธีรพันธ์  ฝั้นเต็ม  55457   ตำแหน่ง ครู  วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ  ร.ร.แจ้ห่มวิทยา ลำปาง  ( โทร. 0895609995)


ให้ความเห็น so far
ใส่ความเห็น



ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s



%d bloggers like this: